วันอาทิตย์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

 กลบบ่อดินในสวน ทำอย่างไร?


        บ่อดินเก่าที่เราไม่ได้ใช้งานแล้วและต้องการถมเพื่อจะใช้พื้นที่ดังกล่าวทำอย่างอื่นแทน เช่น ปลูกบ้าน ปลูกต้นไม้ ปลูกหญ้า เป็นต้น ในบทความนี้เราจะยกตัวอย่างการกลบบ่อดินที่มีความลึก 1.5 เมตรและถมเพื่อสร้างบ้านและปลูกต้นไม้ในอนาคต

    การกลบบ่อที่ถูกต้องและป้องกันปัญหาการยุบตัวในอนาคต มีขั้นตอนดังนี้

1.เตรียมพื้นที่   โดยการระบายน้ำออกจากบ่อให้หมด เก็บขยะ เศษใบไม้และวัชพืชออกจากก้นบ่อให้หมดแล้วทิ้งไว้จนแห้ง

2.เลือกดินที่จะให้ถม โดยควรเลือกเป็นดินถมทั่วไป เพราะมีราคาถูกและบดอัดได้แน่น ยุบตัวน้อย รับน้ำหนักได้ดีหรือดินลูกรัง ซึ่งคุณสมบัติคล้ายๆกับดินถมแต่จะมีราคาสูงกว่า ซึ่งเจ้าของแปลงสามารถเลือกได้ตามงบประมาณของตัวเอง

3.ถมและบดอัดทีละชั้น ควรแบ่งถมเป็นชั้นๆ ความหนาประมาณ 30-50 ซม.แล้วใช้รถบดอัดหรือเครื่องตบดินตบอัดดินให้แน่นทีละชั้น ไม่ควรเทดินลงไปทีเดียวจนเต็ม สำหรับความลึก 1.5 เมตรของบ่อนี้จะทำวิธีนี้ทั้งหมด 3 ครั้งเพื่อป้องกันดินทรุดและเป็นโพรงในอนาคต

        ในปีแรกดินที่ถมใหม่จะยุบตัวลงอีก 10-20% จึงควรถมให้สูงกว่าดินเดิมประมาณ 15-30 ซม. เมื่อดินเซ็ตตัวก็จะเรียบเสมอพอดี หากต้องการปูหญ้าให้โรยทรายขี้เป็ดทับลงไปอีกที หรือถ้าต้องการปลูกต้นไม้ก็ลงหน้าดินหรือดินร่วนทับลงไปอีกที


    การคำนวณปริมาณดิน

                         ปริมาณดินที่ใช้ = ความกว้าง(เมตร) X ความยาว(เมตร)X ความลึก (เมตร)

เผื่อดินยุบตัว นำปริมาณที่คำนวณได้ คูณ 1.3 (เผื่อดินยุบตัวตอนบดอัด 30%) จะได้จำนวนคิว(ลูกบาศก์เมตร)ของดินที่ต้องใช้

    ตัวอย่างการคำนวณปริมาณดิน

บ่อดินกว้าง 5 เมตร ,ยาว 6 เมตร, ลึก 1.5 เมตร

5 x 6 x 1.5 =  45 ตารางเมตร

45 x 1.3     =  58.5 คิว

       เพราะฉะนั้นการกลบบ่อดินในสวนบ่อนี้ใช้ปริมาณดินทั้งหมด 58.5 คิว 

วันพฤหัสบดีที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

 ดินผสมคืออะไร?

        ดินผสมที่มีขายกันทั่วไปตามร้านขายต้นไม้นั้น จะเป็นดินที่ได้มาจากการนำดินธรรมชาติมาผสมกับแร่ธาตุและอินทรีย์วัตถุต่างๆ เช่นขุยมะพร้าว แกลบเผา แกลบดำ ใบไม้ผุ ปุ๋ยคอก เป็นต้น เพื่อให้ดินร่วนซุย ระบายน้ำได้ดีและมีธาตุอาหารครบ เหมาะสำหรับปลูกต้นไม้ในพื้นที่เล็กๆ เช่น เพราะเมล็ดหรือในกระถาง

        ประเภทของดินผสม

ประเภทของดินผสมแบ่งออกเป็น 3 สูตรตามความต้องการของพืชแต่ละชนิด  ดังนี้

        1.ดินผสมสำหรับแคคตัสและไม้อวบน้ำ รากพืชชอนไชและหายใจได้สะดวก เน้นความโปร่งทำให้รากไม่เน่า โดยมักผสมทรายหยาบและหอนภูเขาไฟเข้าไปด้วย

                                                                          ดินสำหรับปลูกแคคตัส

        2.ดินที่ใช้สำหรับเพาะกล้า (ดินพีทมอส)  พีทมอสคือวัสดุธรรมชาติที่เกิดการการย่อยสลายของซากพืชในพื้นที่ชุ่มน้ำอย่างช้า    เป็นเวลาหลายพันปี จนซากพืชเหล่านี้กลายเป็นวัสดุอินทรีย์สีน้ำตาลเข้มหรือดำ มีลักษณะโปร่ง เบา อุ้มน้ำได้ดีแต่ไม่มีธาตุอาหารเพื่อกระตุ้นการงอกของเมล็ดโดยไม่ทำให้ต้นอ่อนของเมล็ดเน่าเสีย


                                                                             ดินพีทมอส

        3.ดินผสมสำหรับไม้ดอกไม้ประดับและผักสวนครัว อุดมด้วยธาตุอาหารจากปุ๋ยคอกและใบไม้ผุเป็นแหล่งสะสมอาหารให้พืชค่อยๆดึงไปใช้ เน้นความร่วนซุย

ดินผสมใบก้ามปู

ดินปลูกต้นไม้หรือดินสวนคืออะไร?

    ดินปลูกต้นไม้หรือดินสวนคือดินที่ใช้สำหรับการทำสวนทั่วไป ไม่เหมาะสำหรับใส่ในกระถางเนื่องจากน้ำหนักดินที่มากกว่าและเนื้อดินที่แน่นกว่า อาจก่อให้เกิดปัญหาเรื่องการระบายน้ำ

    ดินสวนแบ่งออกเป็น 3 ประเภทตามขนาดของเม็ดดิน ดังนี้

        1.ดินเหนียว เม็ดดินเล็ก แน่นทึบมาก อุ้มน้ำได้ดี ไม่ค่อยเหมาะสำหรับปลูกต้นไม้เพราะรากต้นไม้จะหายใจไม่ออก

                                                                           ดินเหนียว

        2.ดินร่วน  เป็นดินที่ผสมระหว่างทราย ตะกอน และดินเหนียวอย่างลงตัว เป็นบ้านที่ดีของต้นไม้อุ้มน้ำได้พอเหมาะและมีธาตุอาหารสูง

                                                                                ดินร่วน

        3.ดินทราย เม็ดดินใหญ่ น้ำไหลผ่านได้ง่ายเกินไป เก็บสารอาหารและน้ำไม่ได้เลย

    ดินสวนที่ดีที่สุดคือ "ดินร่วน" เป็นดินที่เหมาะแก่การปลูกต้นไม้มากที่สุดเพราะมีธาตุอาหารสูง ระบายน้ำได้ดี อุ้มน้ำได้พอเหมาะ

                                                                             ดินทราย

ความแตกต่างระหว่างดินผสมกับดินสวน?

    จากบทความข้างต้นเราได้อธิบายเกี่ยวกับดินผสมและดินสวนกันไปแล้ว ซึ่งความแตกต่างของทั้งสองอย่างนั้นจะเห็นได้ค่อนข้างชัดเจน เช่น 

    -ความร่วนซุย ดินผสมจะมีความร่วนซุยมากกว่าเพราะมีส่วนผสมของ แกลบ ขุยมะพร้าว ใบไม้ผุ

    -น้ำหนัก ดินสวนจะมีน้ำหนักมากกว่า หนาแน่นมากกว่า และมีแค่ดินล้วนๆจึงทำให้มีน้ำหนักมากกว่าดินผสม

    -การยุบตัว เมื่อโดนน้ำดินผสมจะยุบตัวได้ไวกว่าเพราะมีน้ำหนักเบา จึงเหมาะสำหรับปลูกไม้กระถางหรือพื้นที่เล็กๆ

    -สังเกตุจากฉลาก ถ้าเราซื้อดินบรรจุถุงมาจากร้านขายดิน ข้างถุงจะมีฉลากเขียนกำกับไว้ว่าคือดินชนิดใด ซึ่งข้อนี้เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการสังเกตุ


            ไม่ว่าจะเลือกดินผสมหรือดินสวนก็ต้องขึ้นอยู่กับลักษณะของพื้นที่ที่จะปลูกต้นไม้นั่นเอง หากอยากให้ต้นไม้ที่เราปลูกเจริญงอกงามดี เราควรศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับพืชชนิดนั้น ตั้งแต่การเริ่มปลูก การดูแลรักษา เพื่อให้ได้ผลผลิตหรือผลตามที่เราต้องการ

เติมหน้าดินรอบๆบ้านและปูแผ่นหญ้า

    บ้าน เมื่ออยู่ไปนานๆ เจ้าของบ้านอาจจะเบื่อสไตล์การจัดสวนแบบเดิมๆ หรืออยากเปลี่ยนต้นไม้ต้นใหม่เพื่อมาทดแทนต้นเดิมที่ตายไปหรือเปลี่ยนตามความนิยมในช่วงเวลานั้นๆ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลของแต่ละคนนั่นเอง

    บ้านหลังนี้ลูกค้าอยากเติมหน้าดินรอบๆบ้านแล้วปลูกหญ้านวลน้อยข้างบ้านซึ่งมีทางเดินที่ปูแผ่นปูทางเดินไว้อยู่แล้ว ลูกค้าสั่งหน้าดินพร้อมคนขนและปลูกหญ้าด้วย ซึ่งจะต้องใช้ทั้งหน้าดินและทราย

หน้าดินและทราย

    หน้าดินจะนำมาใช้เติมรอบๆบ้าน ความสูงของหน้าดินประมาณ 5-10 ซม. ส่วนทรายจะนำมาโรยบนหน้าดินอีกทีเพื่อปลูกหญ้านวลน้อย



การปรับเกลี่ยหน้าดิน

    จากรูปคนงานกำลังใช้หน้าดินเติมบริเวณรอบๆบ้านซึ่งก่อนจะถึงขั้นตอนนี้ หากพื้นที่เดิมมีวัชพืชก็ต้องเคลียร์วัชพืชออกให้หมดก่อน เมื่อลงหน้าดินจะได้ปรับเกลี่ยได้ง่ายและไม่มีวัชพืชขึ้นมารบกวนต้นหญ้าที่เราต้องการปลูกพร้อมปรับเกลี่ยดินให้เสมอกันโดยปรัระดับดินให้ลาดเอียงเล็กน้อยเพื่อระบายน้ำ

 โรยทรายและปุ๋ยคอกทับบนหน้าดิน

    จากรูปคนงานกำลังโรยทรายทับลงบนหน้าดินที่ปรับเกลี่ยไว้แล้วพร้อมทั้งโรยปุ๋ยคอกลงไปบนทรายด้วยเล็กน้อยเพื่อเพิ่มแร่ธาตุให้กับดิน ต้นหญ้าจะได้เจริญงอกงาม หลังจากนั้นนำแผ่นหญ้ามาปูเรียงต่อกันคล้ายการก่ออิฐ ปูเรียงจนเต็มพื้นที่ที่เราปรับหน้าดินและทรายเตรียมไว้ เคาะหรือเหยียบเบาๆเพื่อให้รากของหญ้าแนบสนิทกับหน้าดิน


  คนงานกำลังปูแผ่นหญ้า



                                                                รูปหลังจากปูหญ้าเสร็จแล้ว


    หลังจากปูแผ่นหญ้าเสร็จแล้วก็จะได้พื้นที่สีเขียวสวยๆข้างบ้านไว้นั่งพักผ่อนหรือทำเป็นมุมจิบกาแฟยามเช้าของเจ้าของบ้าน ซึ่งสีเขียวเป็นสีที่มองแล้วสบายตา หากเราใช้สายตามากๆหรือมองจอนานๆอาจทำให้สายตาล้าได้ การมองออกไปดูต้นไม้ใบหญ้าสีเขียวๆ ช่วงให้สบายตาขึ้นได้
    วิธีการดูแลสนามหญ้า รดน้ำวันละ 2-3 ครั้ง(เช้า-เย็น) ในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก ห้ามเดินเหยียบย่ำจนกว่าหญ้าจะตั้งตัวได้









 งานเคลียร์วัชพืชแบบฝังกลบหมู่บ้านรวมเก้า พุทธมณฑลสาย 2

            แปลงนี้ลูกค้าต้องการเคลียร์ริ่งพื้นที่แล้วปลูกกล้วยเพื่อเลี่ยงภาษีที่ดิน พื้นที่ขนาด 384 ตรว. 



ภาพก่อนเริ่มงาน

        พื้นที่ก่อนเข้าทำงาน เป็นพื้นที่รกร้าง มีต้นไม้และวัชพืชปกคลุมทั่วทั้งแปลง ซึ่งเจ้าของเกรงว่าหากปล่อยไว้นานๆจะกลายเป็นที่อยู่ของสัตว์มีพิษและทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้คนในพื้นที่ใกล้เคียง เราจึงเสนอให้ลูกค้าเคลียร์ริ่งแบบฝังกลบเพราะต้องการปลูกต้นกล้วยเพื่อเลี่ยงภาษีอยู่แล้ว เศษวัชพืชเหล่านี้สามารถใช้เป็นปุ๋ยให้ต้นกล้วยต่อไปได้ ซึ่งประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายไปพร้อมๆกัน เจ้าของที่ดินได้ประโยชน์ไปเต็มๆ เมื่อตกลงเรื่องวิธีการทำงานและค่าใช้จ่ายกันเรียบร้อยแล้ว ก็นัดวันเข้าทำงาน 

     ลูกค้ามีความเชื่อเรื่องฤกษ์เรื่องยาม จึงให้เราเริ่มทำงานวันที่ 9 กรกฎาคม เวลา 09.30 น. 






แบ็คโฮกำลังทำการเคลียร์ริ่งวัชพืช

จากรูปรถแบ็คโฮกำลังเคลียร์ริ่งวัชพืชออกจากหน้าดินแล้วนำไปกองรวมกันไว้ด้านใดด้านหนึ่งของพื้นที่เพื่อรอฝังกลบ




หลังจากฝังกลบเสร็จแล้วก็ใช้รถแบ็คโฮ ปรับเกลี่ยหน้าดินให้เรียบ เพื่อรอปลูกต้นกล้วยต่อไป


ภาพหลังจบงานเคลียร์ริ่ง

     รูปถ่ายพื้นที่หลังจากเคลียร์ริ่งวัชพืชและต้นไม้ออกไปแล้วปรับเกลี่ยพื้นที่ไว้รอปลูกต้นกล้วย ซึ่งลูกค้าสั่งต้นกล้าต้นกล้วยมาเองแล้วให้เราปลูกให้ ซึ่งในวันที่เราทำการเคลียร์ริ่งนั้นต้นไม้ยังไม่ได้มาส่งที่แปลง จึงนัดปลูกต้นกล้วยอีกทีเป็นวันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม 2569 ทางแอดมินจะมาอัพเดทอีกทีค่ะ



 ปัญหาและอุปสรรค์ในการทำงาน

    ปัญหามีทุกที่ คำๆนี้คงไม่เกินจริง สำหรับการทำงานด้านนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นก็จะมีตั้งแต่การเริ่มคุยกับลูกค้าไปจนถึงจบงาน ซึ่งมันเกิดขึ้นได้เสมอ อาจแบ่งได้ตามสาเหตุที่ทำให้เกิด ดังนี้

1.เกิดจากคน มีคนที่ไหนมีปัญหาที่นั่น มันคือเรื่องจริงที่เราต้องยอมรับกัน และปัญหาส่วนใหญ่ก็มาจากคนแทบทั้งสิ้น จะขอยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น การสื่อสารกันไม่เข้าใจ สั่งงานอีกอย่างแต่ไปทำอีกอย่างหรือไม่เข้าใจงานที่สั่งไป แต่ไม่กล้าที่จะถามไม่กล้าที่จะคุย จนเมื่อเกิดข้อผิดพลาดก็ไม่สามารถหาทางแก้ปัญหาได้

2.เครื่องจักรหรือเครื่องมือที่ใช้ทำงาน อุปกรณ์พวกนี้จำเป็นจะต้องมีการตรวจเช็คสภาพให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ หากไม่ตรวจเช็คก่อน เมื่อเราต้องการใช้งานแล้วอุปกรณ์ชิ้นนั้นชำรุดเสียหายใช้งานไม่ได้ เราอาจจะเสียเวลาและถูกลูกค้าตำหนิเอาได้ หรืออาจไม่ได้ถูกว่าจ้างให้ทำงานนั้นๆเลยก็เป็นได้

3.อุบัติเหตุ คือสิ่งที่ทุกคนไม่อยากให้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเกิดกับคนหรือเครื่องมือเครื่องจักรก็ตามล้วนทำให้เกิดความเสียหายด้วยกันทั้งสิ้น อุบัติเหตุแยกออกได้เป็น 2 ประเภท คือ

        (3.1)อุบัติเหตุที่สามารถป้องกันได้ เช่นระบบรักษาความปลอดภัยหรือคู่มือการใช้เครื่องมือเครื่องจักรต่างๆเราควรศึกษาข้อมูลให้ดีแล้วปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างระมัดระวังก็จะช่วยลดอุบัติเหตุจากการใช้เครื่องมือเครื่องจักรลงได้ 

        (3.2) อุบัติเหตุที่คาดไม่ถึงหรือไม่สามารถป้องกันได้ เช่น อุบัติเหตุบนท้องถนน เราอาจจะระมัดระวังแล้วแต่คนอื่นอาจจะประมาทแล้วทำให้เกิดความเสียหายกับเรา ซึ่งบางทีเราก็อาจจะไม่ทันสังเกตุและหลีกเลี่ยงไม่ทัน

    สำหรับปัญหาที่เกิดจากคนที่ได้ชื่อว่า ลูกค้า ก็มีหลากหลายกลุ่มเช่นกัน บางกลุ่มก็คุยกันแบบง่ายๆ ทำตามที่เราแนะนำเป็นอย่างดี บางกลุ่มก็หาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตมาแล้วโทรสอบถามราคาจากหลายๆบริษัทเพื่อนำมาเปรียบเทียบราคา กลุ่มนี้จะพอมีความรู้เรื่องดินอยู่บ้างเพราะหาข้อมูลมาจากอินเตอร์เน็ต ปัญหาก็คือบางทีข้อมูลที่เราให้ไปไม่ตรงกับที่ลูกค้าไปหาข้อมูลมาก็อาจจะมีการโต้วาที่กันสักเล็กน้อย ถ้าเราหลุดพูดจาไม่ดีออกไปก็อาจจะทำให้เสียงานนั้นๆไปเลยก็ได้

วันเสาร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

 หน้าดินคืออะไร?

        หน้าดินคือชั้นดินที่อยู่ชั้นบนสุดที่ความลึกประมาณ 0.5-1 เมตรจากผิวดิน เป็นชั้นดินที่มีแร่ธาตุและอินทรีวัตถุ ลักษณะร่วนซุย เก็บความชื้นและระบายน้ำได้ดี เหมาะสำหรับปลูกพืชและจัดสวน

ทำไมต้องใช้หน้าดิน?

        เนื่องจากหน้าดินอุดมไปด้วยแร่ธาตุต่างๆและอินทรียวัตถุ ดังนั้นหากจะปลูกต้นไม้ให้งอกงามก็จำเป็นจะต้องใช้หน้าดินเพราะต้นไม้ต้องใช้รากดูดซึมสารอาหารและแร่ธาตุไปเลี้ยงส่วนต่างๆของมัน หากใช้ดินชั้นอื่นซึ่งมีแร่ธาตุต่ำ ต้นไม้ก็จะไม่เจริญเติบโตหรือตายไปเลยก็เป็นได้

หน้าดินมีสีอะไร?

        หน้าดินมีสีดำ หน้าดินที่มีแร่ธาตุและสารอาหารเยอะจะมีสีน้ำตาลเข้มไปจนถึงดำ ยิ่งสีคล้ำเท่าไหร่ก็ยิ่งแสดงว่ามีแร่ธาตุและอินทรีวัตถุอยู่เยอะ

หน้าดินถุงกับดินถุงที่ขายในร้านขายต้นไม้ต่างกันอย่างไร?

    หน้าดินก็คือดินชั้นบนสุด ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ส่วนดินถุงๆที่เรียกกันตามร้านขายต้นไม้ไม่ได้มีส่วนผสมของดินเลยหรือมีส่วนผสมของดินเพียงเล็กน้อย จะเป็นส่วนผสมระหว่างแกลบ กาบมะพร้าว ปู๋ยคอกหรือดินนิดหน่อย เหมาะสำหรับใช้ปลูกต้นไม้ในกระถางมากกว่า ไม่เหมาะสำหรับปลูกต้นไม้บนดินเพราะเมื่อโดนน้ำจะยุบตัวลงทันทีจึงเหมาะสำหรับปลูกต้นไม้ในกระถางหรือพื้นที่เล็กๆ





วันศุกร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2566

 การรับสายจากลูกค้า


ลูกค้าที่ติดต่อเข้ามาหาเราส่วนใหญ่จะค้นหาข้อมูลจากกูเกิ้ลและเพจเฟสบุ๊ค บางคนก็โทรมาสอบถามราคาไว้ก่อนเพราะมีแพลนจะทำในอนาคต บางคนก็พร้อมตัดสินใจทำได้เลยถ้าได้ราคาที่ถูกใจและมีเงินพอสำหรับ ลูกค้ามีหลายประเภทซึ่งจำแนกได้ ดังนี้

1.ลูกค้าที่ไม่มีความรู้เรื่องดินเลย ซึ่งอาจจะเป็นเจ้าของที่ดินเองที่ต้องการสอบถามข้อมูลจากเราและให้เราแนะนำทั้งหมด เช่น ต้องการจะถมที่ทำลานจอดรถหินคลุกดีไหมและต้องทำยังไงบ้าง 

2.ลูกค้าที่มีความรู้เรื่องดินอยู่บ้าง โดยสอบถามมาจากผู้รับเหมาสร้างบ้านหรือหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต ลูกค้าส่วนใหญ่ในยุคนี้จะมาจากกลุ่มนี้มากขึ้น เนื่องจากยุคนี้เป็นยุคของการติดต่อสื่อสารและสื่อออนไลน์ เราสามารถหาความรู้ได้จากอินเตอร์เน็ตหรือแม้กระทั่ง AI ซึ่งทำให้การหาความรู้เรื่องต่างๆเป็นไปได้ง่ายขึ้นและรวดเร็วขึ้น

3.ลูกค้าที่เป็นผู้รับเหมาหรือบริษัทรับสร้างบ้าน ลูกค้าประเภทนี้จะทราบข้อมูลเป็นอย่างดี เราไม่จำเป็นต้องอธิบายรายละเอียดมาก ลูกค้าจะต้องการทราบราคาก่อน โดยจะโทรสอบถามจากหลายๆที่เพื่อนำราคามาเปรยบเทียบกันแล้วเลือกบริษัทที่เสนอราคาต่ำสุดเพราะบางคน/บริษัทที่รับเหมาสร้างบ้านจะเสนอราคาสร้างบ้านพร้อมถมดินไปด้วย หากได้ราคาถมดินต่ำก็จะทำให้เหลือกำไรมากขึ้นไปด้วย หรือถ้าไม่ได้คิดรวมราคารับเหมาสร้างบ้านกับถมที่ดินไปด้วยกันก็อาจจะขอค่านายหน้าจากเรา

บทสนทนาระหว่างลูกค้ากับผู้ขายก็จะเป็นการโทรมาสอบถามราคาเป็นประเด็นหลัก โดยสิ่งที่เราต้องการทราบจากลูกค้าคือ ขนาดพื้นที่ที่ต้องการถม(ความกว้างXความยาว หน่วยเป็นเมตร)จะได้ขนาดพื้นที่ออกมาเป็นตารางเมตร,ความสูงที่ต้องการถม(หน่วยเป็นเมตร)   

        พื้นที่(ตรม.)xความสูง(เมตร) = ปริมาณดินที่ใช้ถม(คิว)  จุดประสงค์หรือความต้องการในการถมดิน เช่น คุณเอ โทรเข้ามาสอบถามว่าต้องการถมที่เพื่อสร้างบ้านอีก 6 เดือนข้างหน้าเดิมพื้นที่เป็นที่รกร้างมีต้นไม้และวัชพืชปกคลุม ต้องการเคลียร์ริ่งแบบขนไปทิ้ง พื้นที่ 100 ตรว.ถมสูงขึ้นมาจากระดับถนนอีก 50 เซนติเมตร แปลงที่ต้องการทำอยู่ที่ไหน(เพื่อทราบว่าพื้นที่ที่ต้องการจะทำอยู่ใกล้ดินประเภทไหน ถ้าหากอยู่ใกล้ดินที่ลูกค้าต้องการพอดีก็จะช่วยเซฟค่าใช้จ่ายอีกทางหนึ่งด้วย เพราะยิ่งอยู่ใกล้แหล่งดินนั้นๆก็จะทำให้ค่าขนส่งดินถูกลงด้วย)จากข้อมูลที่ได้เราก็จะคำนวณปริมาณการใช้ดินให้ลูกค้าว่าใช้ทั้งหมดกี่คิว สอบถามขนาดความกว้างของถนนที่รถบรรทุกดินสามารถวิ่งได้ ซึ่งรถบรรทุกดินก็จะมีทั้งรถ 6 ล้อเล็กบรรทุกได้ 4 คิว,รถ 6 ล้อใหญ่บรรทุกได้ 6-7 คิว,รถ 10 ล้อบรรทุกได้ 10 คิวและรถพ่วงบรรทุกได้ 20 คิว แล้วจึงสรุปราคาคร่าวๆหรือประมาณการเบื้องต้นแจ้งลูกค้าทราบก่อนว่าลูกค้าโอเคไหม เป็นราคาที่ตรงกับใจหรืองบประมาณของลูกค้าหรือไม่ ในกรณีตัวอย่างนี้ลูกค้าต้องการสร้างบ้านในอีก 6 เดือนข้างหน้าซึ่งเริ่มถมในช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมแล้ว เพราะการที่ดินจะเซ็ตตัวได้ไวจะต้องอาศัยทั้งแดดและฝนสลับกันไป ราคาที่เสนอลูกค้าไปอาจมีความคลาดเคลื่อน ถ้าอยากทราบราคาที่แน่นอนจะต้องไปดูหน้างานจริงเท่านั้น เมื่อได้ข้อสรุประหว่างผู้ขายและลูกค้าแล้วก็จะให้ลูกค้าแอดไลน์เข้ามาเพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการติดต่อสื่อสาร ลูกค้าสามารถแจ้งพิกัด ส่งรูปหน้างานมาให้ดู เราก็สามารถส่งตัวอย่างผลงานที่ผ่านมาของเราให้ลูกค้าดูได้ แล้วนัดวันไปดูหน้างานกันต่อไป หากมีคำถามเพิ่มเติมลูกค้าสามารถสอบถามผ่านไลน์ได้อีกด้วย ซึ่งประเทศไทยของเรานิยมใช้แอพพลิเคชั่นไลน์ในการติดต่อสื่อสารกันอยู่แล้ว ทั้งส่วนตัว องค์กรต่างๆ บริษัท โรงเรียน ฯลฯ ล้วนแล้วแต่สื่อสารกันผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ทั้งสิ้น และส่วนใหญ่จะไปจบงานกันที่หน้าแปลงเสมอ


วันพฤหัสบดีที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2566

ชนิดของดิน ที่ใช้ในการถมดิน ในกรุงเทพฯ


การถมดินในพื้นที่ กรุงเทพฯ และ ปริมณฑล

ชนิดของดินที่ใช้ถมในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลจะแบ่งออกเป็น 4 ชนิดตามลักษณะการใช้งาน ดังนี้

     1. ดินถม เป็นดินชั้น 2 ต่อจากชั้นหน้าดินลงไปเป็นดินแน่นปานกลาง ใช้สำหรับถมที่เพื่อสร้างที่พักอาศัยหรือปรับระดับพื้นที่ทั่วไป



     2. ดินดาน หรือ ดินซีแลค เป็นดินสีเหลือง แน่น แข็ง ไม่เหมาะกับการปลูกพืช เหมาะสำหรับสร้างโรงงาน โกดัง



     3. ดินลูกรัง เป็นดินปนหิน ที่สีออกแดง หรือ สีส้ม บดอัดได้แน่นเหมาะสำหรับทำลานจอดรถหรือถนน



4. หน้าดิน เป็นดินชั้นบนสุดมีสีดำ แร่ธาตุสูง ใช้สำหรับปลูกต้นไม้ ราคาจะสูง  

การถมดิน หรือ เลือกใช้ดินมักจะขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานของผู้ใช้เป็นหลัก เช่น ต้องการปลูกต้นไม้ แต่เลือกใช้ดินถมซึ่งมีราคาถูกกว่าหน้าดิน ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ ต้นไม้แคระแกรน เจริญเติบโตได้ไม่ดีเพราะดินถมเป็นดินชั้น 2 ซึ่งมีสารอาหารน้อย ไม่เหมาะแก่การเจริญเติบโตของพืช 

แหล่งที่มาของดิน ส่วนใหญ่มาจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นครปฐม  ราชบุรี จากพื้นที่ที่เป็นท้องนาเพราะอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก เรามักจะเรียกว่า “บ่อดิน” ซึ่งกว่าจะได้ดินให้เรานำใช้กันนั้น จะต้องมีขั้นตอนการขอใบอนุญาตให้ถูกต้อง เราจะกล่าวถึงขั้นตอนดังกล่าวในบทความถัดไป

การคำนวณหาปริมาณของดินที่จะใช้ถม เราจำเป็นจะต้องทราบข้อมูล ดังนี้

1. ความกว้างของพื้นที่ ใช้หน่วยวัดเป็นเมตร

2. ความยาวของพื้นที่ ใช้หน่วยวัดเป็นเมตร

3. ความสูงที่ต้องการถม ใช้หน่วยวัดเป็นเมตร

ความกว้างของพื้นที่ x ความยาวของพื้นที่ x ความสูงที่ต้องการถม = จำนวนคิว

** 1 คิว = 1 ลูกบาศก์เมตร


หมายเหตุ : ปริมาณดินที่ใช้ถมอาจมีความคลาดเคลื่อน ขึ้นอยู่กับพื้นที่เดิม บางที่อาจมีหลุมหรือบ่อเป็นบางจุดในพื้นที่ ทำให้ใช้ดินเพิ่มขึ้นตามไปด้วย


วันศุกร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2566

เคลียร์ริ่ง ขนขยะ ปรับพื้นที่ ปลูกต้นไม้ลดหย่อนภาษี

 งานเคลียร์ริ่งขยะ พร้อมปลูกต้นไม้เลี่ยงภาษี

       ที่ดินแปลงนี้เป็นที่ดินว่างเปล่ามีพื้นที่ประมาณ 200 ตารางวา เดิมลูกค้าเคยทำรั้วเมทัลชีทไว้ แต่ตอนนี้โดนขโมยไปหมดแล้ว 


รูปพื้นที่ก่อนทำการเคลียร์ริ่ง

    จากรูปจะเห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวเต็มไปด้วยวัชพืชและขยะที่มีคนนำมาทิ้ง จึงต้องการให้เราทำการเคลียร์ริ่งพื้นที่แล้วปลูกต้นไม้เพื่อเลี่ยงภาษี ลูกค้าจึงเลือกใช้การเคลียร์ริ่งแบบฝังกลบ เพราะประหยัดงบประมาณได้มากกว่าการเคลียร์ริ่งแบบขนขยะออกไปทิ้ง  พร้อมทำรั้วด้านหน้าเพื่อป้องกันไม่ให้คนอื่นนำขยะมาทิ้งได้อีก     




                                                                       รูปขณะกำลังทำงาน

        ขั้นตอนการทำงาน เริ่มด้วยการกำจัดวัชพืช พุ่มไม้ และต้นไม้ขนาดเล็กแล้วใช้รถแบคโฮขุดหลุมแล้วนำขยะไปทิ้งลงในหลุมแล้วฝังกลบให้เรียบร้อย แล้วทำการปรับเกลี่ยพื้นที่ให้เรียบร้อย เสร็จแล้วให้คนงานนำต้นไม้มาปลูก

        การเคลียร์ริ่งพื้นที่ มีด้วยกัน 3 แบบ ดังนี้

     1.งานเคลียร์ริ่งแบบฝังกลบ คือการปรับพื้นที่ดินโดยการขุดหลุมเพื่อฝังกลบขยะ เป็นวิธีที่ช่วยลดมลพิษทางอากาศและยังช่วยย่อยสลายซากพืชกลายเป็นปุ๋ยให้แก่ดิน

     2.งานเคลียร์ริ่งแบบเผา เป็นวิธีที่นิยมในอดีตเพราะรวดเร็วและราคาประหยัด แต่ในปัจจุบันวิธีนี้ก่อให้เกิดควันและฝุ่นละออง PM2.5 ซึ่งกำลังเป็นปัญหาของบ้านเราในตอนนี้ วิธีนี้จึงไม่นิยมใช้กันอีกต่อไป

     3.งานเคลียร์ริ่งแบบขนออก คือการปรับพื้นที่ดินโดยการถางวัชพืช ตัดต้นไม้และรื้อถอนเศษซากสิ่งปลูกสร้าง แล้วใช้รถบรรทุกขนย้ายเศษซากและขยะออกไปจากพื้นที่

การเคลียร์ริ่งพื้นที่ทั้ง 3 แบบมีทั้งข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและงบประมาณของเจ้าของพื้นที่ด้วยว่าต้องการเคลียร์ริ่งพื้นที่เพื่อใช้พื้นที่ทำอะไรต่อไป



                                                                       รูปขณะกำลังทำงาน


          จากรูป มีการถมหน้าดินสูง 10 เซนติเมตร เพื่อใช้สำหรับปลูกต้นมะม่วง

  เราจะยกตัวอย่างต้นไม้ที่ได้รับความนิยมปลูกกันเพื่อเลี่ยงภาษี เช่น ต้นกล้วย อัตราส่วนของการปลูกต้นกล้วยคือ  200 ต้น/ไร่  ต้นกล้วยเป็นต้นไม้ที่ปลูกง่าย เจริญเติบโตไว ไม่ต้องดูแลมาก ยิ่งช่วงนี้มีฝนตกบ่อยๆก็เหมือนกับมีคนช่วยเรารดน้ำอีกทางหนึ่งด้วย  ข้อดีของต้นกล้วยก็คือขยายพันธุ์ได้เอง(แตกหน่อ)รากไม่ลึก หากจะใช้พื้นที่เพื่อทำการก่อสร้างในอนาคตก็สามารถรื้อถอนได้ง่ายและรวดเร็วอีกด้วย แต่แปลงนี้ลูกค้าเลือกปลูกต้นมะม่วง อัตราส่วนการปลูกต้นมะม่วงคือ 20 ต้น/ไร่ แต่แปลงนี้มีพื้นที่เพียง 200 ตารางวา ใช้ต้นมะม่วงทั้งหมด 10 ต้น (1ไร่ เท่ากับ 400 ตารางวา)โดยอัตราส่วนของจำนวนต้นไม้แต่ละชนิดต่อพื้นที่ 1 ไร่ จะแตกต่างกันออกไป ดังตารางด้านล่างนี้



รูปการปลูกต้นไม้

         ก่อนเข้าทำงานในแต่ละแปลงนั้น เราจะเข้าไปสำรวจหน้างานจริงก่อนการประเมินราคาทุกครั้ง โดยนัดหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องหรือเจ้าของแปลงเพื่อเข้าไปดูหน้างานจริง แปลงนี้เจ้าของที่ดินแจ้งว่าปีนี้ภาษีที่อื่นขึ้นเยอะ ไม่อยากเสียค่าใช้จ่ายเกินความจำเป็น ที่ดินแปลงนี้เคยทำรั้วปิดด้านหน้าแปลงไป 1 ครั้งแล้วก็ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาคนนำขยะมาทิ้งยังพื้นที่ของตนได้ เราจึงได้แนะนำให้ลูกค้าเคลียร์ริ่งแบบฝังกลบแล้วปลูกต้นไม้เพื่อเลี่ยงภาษี พร้อมทั้งทำรั้วลวดหนามด้านหน้า โดยลูกค้าขอเพิ่มประตูด้านหน้าด้วย 1 บานเพื่อใช้เข้าออกและป้องกันผู้อื่นบุกรุกและนำขยะไปทิ้งอีก จบงาน ลูกค้าพอใจ เราก็แฮปปี้ค่ะ
    


วันพฤหัสบดีที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2566

 บทสนทนาทางโทรศัพท์สายหนึ่ง

        คุณมิว ลูกค้าท่านหนึ่งที่โทรเข้ามาสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการถมดิน

    คุณมิว ใหข้อมูลกับเราว่า มีที่ดินแปลงหนึ่งที่เคยถมไว้นานแล้ว ขนาดพื้นที่ 277 ตารางวา อยู่ในจังหวัดสมุทรปราการ พื้นที่เดิมมีหลุมและบ่อความลึกประมาณ 60 เซนติเมตรต้องการถมปิดบ่อและหลุมทั้งหมดและถมให้สูงกว่าถนนขึ้นมาอีก 60 เซนติเมตร รวมเป็น 110 เซนติเมตร เราประเมินราคาถมดินโดยใช้ดินดำหรือดินถมทั่วไปให้เบื้องต้นที่ 350,000 - 360,000 บาท  ,ดินซีแลคราคาสูงกว่าดินถม 20-25% และดินลูกรัง ราคาสูงกว่าดินถม 40-50% ซึ่งราคาดังกล่าว เป็นราคาเหมา รวมการขอใบอนุญาต เคลียริ่ง ปรับพื้นที่ บดอัดดินเดิม เราแนะนำให้ลูกค้าถมสูงจากถนนเพียง 50 เซนติเมตรก็พอเพียงพอแล้ว และใช้เวลาทำประมาณ 7-10  ลูกค้าถามต่อว่าหลังจากถมแล้วใช้เวลานานแค่ไหนกว่าดินจะเซ็ตตัว?  เพราะสถาปนิกได้ให้ข้อมูลกับลูกค้าว่าประมาณ 3 เดือนดินถึงจะเซ็ตตัว ซึ่งทางเราก็แจ้งกับลูกค้าไปว่า ใช้เวลา 2-3 เดือนขึ้นอยู่กับสภาพอากาศด้วย การที่ดินจะเซ็ตตัวได้ดีและไวจะต้องอาศัยทั้งแดดและฝนเป็นตัวแปรสำคัญ   ลูกค้าขอกลับไปพิจารณาก่อน เพราะต้องการเปรียบเทียบราคากับที่อื่นด้วย

ลูกค้าที่ติดต่อเข้ามา ก็จะมีหลากหลายประเภท บางคนก็พอมีความรู้ทางด้านการถมดินอยู่บ้าง แต่บางคนก็ไม่มีความรู้ด้านนี้เลย ดังนั้นหน้าที่ของเราจึงไม่ใช่เพียงเพื่อต้องการนำเสนอสินค้าและบริการเท่านั้น แต่เรายังให้คำปรึกษาที่ดีกับลูกค้าทุกท่านไปด้วย ไม่ว่าคุณจะต้องการถมดินเพื่อการใช้ประโยชน์แบบไหน เราก็พร้อมให้บริการคุณทุกรูปแบบ ไม่ใช่แค่เรื่องถมดิน บริการด้านอื่นๆเราก็สามารถให้บริการได้ เช่น ล้อมรั้วลวดหนาม ปูหญ้า ปลูกต้นไม้เลี่ยงภาษี ปลูกต้นไม้ในวงบ่อปูน ขุดร่องสวน ขุดบ่อ กลบบ่อ ทั้งงานที่ใช้แรงงานคนและเครื่องจักร เราพร้อมให้บริการทุกท่านดุจมิตร แต่ขออนุญาตคิดตังค์นะคะ ขอบคุณค่ะ

                                                         รูปตัวอย่างการถมดิน สูง 50 ซม.จากพื้นถนน

วันจันทร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2566

 การรับสายจากลูกค้า


การรับสายจากลูกค้า ลูกค้าที่ติดต่อเข้ามาหาเราส่วนใหญ่จะค้นหาข้อมูลจากกูเกิ้ลและเพจเฟสบุ๊ค บางคนก็โทรมาสอบถามราคาไว้ก่อนเพราะมีแพลนจะทำในอนาคต บางคนก็พร้อมตัดสินใจทำได้เลยถ้าได้ราคาที่ถูกใจและมีเงินพอสำหรับ ลูกค้ามีหลายประเภทซึ่งจำแนกได้ ดังนี้ 

         1.ลูกค้าที่ไม่มีความรู้เรื่องดินเลย ซึ่งอาจจะเป็นเจ้าของที่ดินเองที่ต้องการสอบถามข้อมูลจากเราและให้เราแนะนำทั้งหมด เช่น ต้องการจะถมที่ทำลานจอดรถหินคลุกดีไหมและต้องทำยังไงบ้าง 

         2.ลูกค้าที่มีความรู้เรื่องดินอยู่บ้าง โดยสอบถามมาจากผู้รับเหมาสร้างบ้านหรือหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต ลูกค้าส่วนใหญ่ในยุคนี้จะมาจากกลุ่มนี้มากขึ้น เนื่องจากยุคนี้เป็นยุคของการติดต่อสื่อสารและสื่อออนไลน์ เราสามารถหาความรู้ได้จากอินเตอร์เน็ตหรือแม้กระทั่ง AI ซึ่งทำให้การหาความรู้เรื่องต่างๆเป็นไปได้ง่ายขึ้นและรวดเร็วขึ้น

         3.ลูกค้าที่เป็นผู้รับเหมาหรือบริษัทรับสร้างบ้าน ลูกค้าประเภทนี้จะทราบข้อมูลเป็นอย่างดี เราไม่จำเป็นต้องอธิบายรายละเอียดมาก ลูกค้าจะต้องการทราบราคาก่อน โดยจะโทรสอบถามจากหลายๆที่เพื่อนำราคามาเปรยบเทียบกันแล้วเลือกบริษัทที่เสนอราคาต่ำสุดเพราะบางคน/บริษัทที่รับเหมาสร้างบ้านจะเสนอราคาสร้างบ้านพร้อมถมดินไปด้วย หากได้ราคาถมดินต่ำก็จะทำให้เหลือกำไรมากขึ้นไปด้วย หรือถ้าไม่ได้คิดรวมราคารับเหมาสร้างบ้านกับถมที่ดินไปด้วยกันก็อาจจะขอค่านายหน้าจากเรา บทสนทนาระหว่างลูกค้ากับผู้ขายก็จะเป็นการโทรมาสอบถามราคาเป็นประเด็นหลัก โดยสิ่งที่เราต้องการทราบจากลูกค้าคือ ขนาดพื้นที่ที่ต้องการถม(ความกว้างXความยาว หน่วยเป็นเมตร)จะได้ขนาดพื้นที่ออกมาเป็นตารางเมตร,ความสูงที่ต้องการถม(หน่วยเป็นเมตร) 

        สูตรในการคำนวณปริมาณดินที่ใช้ คือ  พื้นที่(ตรม.)xความสูง(เมตร) = ปริมาณดินที่ใช้ถม(คิว)          จุดประสงค์หรือความต้องการในการถมดิน เช่น คุณเอ โทรเข้ามาสอบถามว่าต้องการถมที่เพื่อสร้างบ้านอีก 6 เดือนข้างหน้าเดิมพื้นที่เป็นที่รกร้างมีต้นไม้และวัชพืชปกคลุม ต้องการเคลียร์ริ่งแบบขนไปทิ้ง พื้นที่ 100 ตรว.ถมสูงขึ้นมาจากระดับถนนอีก 50 เซนติเมตร แปลงที่ต้องการทำอยู่ที่ไหน(เพื่อทราบว่าพื้นที่ที่ต้องการจะทำอยู่ใกล้ดินประเภทไหน ถ้าหากอยู่ใกล้ดินที่ลูกค้าต้องการพอดีก็จะช่วยเซฟค่าใช้จ่ายอีกทางหนึ่งด้วย เพราะยิ่งอยู่ใกล้แหล่งดินนั้นๆก็จะทำให้ค่าขนส่งดินถูกลงด้วย)จากข้อมูลที่ได้เราก็จะคำนวณปริมาณการใช้ดินให้ลูกค้าว่าใช้ทั้งหมดกี่คิว สอบถามขนาดความกว้างของถนนที่รถบรรทุกดินสามารถวิ่งได้ ซึ่งรถบรรทุกดินก็จะมีทั้งรถ 6 ล้อเล็กบรรทุกได้ 4 คิว,รถ 6 ล้อใหญ่บรรทุกได้ 6-7 คิว,รถ 10 ล้อบรรทุกได้ 10 คิวและรถพ่วงบรรทุกได้ 20 คิว แล้วจึงสรุปราคาคร่าวๆหรือประมาณการเบื้องต้นแจ้งลูกค้าทราบก่อนว่าลูกค้าโอเคไหม เป็นราคาที่ตรงกับใจหรืองบประมาณของลูกค้าหรือไม่ ในกรณีตัวอย่างนี้ลูกค้าต้องการสร้างบ้านในอีก 6 เดือนข้างหน้าซึ่งเริ่มถมในช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมแล้ว เพราะการที่ดินจะเซ็ตตัวได้ไวจะต้องอาศัยทั้งแดดและฝนสลับกันไป ราคาที่เสนอลูกค้าไปอาจมีความคลาดเคลื่อน ถ้าอยากทราบราคาที่แน่นอนจะต้องไปดูหน้างานจริงเท่านั้น  

         เมื่อได้ข้อสรุประหว่างผู้ขายและลูกค้าแล้วก็จะให้ลูกค้าแอดไลน์เข้ามาเพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการติดต่อสื่อสาร ลูกค้าสามารถแจ้งพิกัด ส่งรูปหน้างานมาให้ดู เราก็สามารถส่งตัวอย่างผลงานที่ผ่านมาของเราให้ลูกค้าดูได้ แล้วนัดวันไปดูหน้างานกันต่อไป หากมีคำถามเพิ่มเติมลูกค้าสามารถสอบถามผ่านไลน์ได้อีกด้วย ซึ่งประเทศไทยของเรานิยมใช้แอพพลิเคชั่นไลน์ในการติดต่อสื่อสารกันอยู่แล้ว ทั้งส่วนตัว องค์กรต่างๆ บริษัท โรงเรียน ฯลฯ ล้วนแล้วแต่สื่อสารกันผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ทั้งสิ้น และส่วนใหญ่จะไปจบงานกันที่หน้าแปลงเสมอ


ถมดิน ทำลานจอดรถ ดินลูกรัง ทับบนด้วยหินคลุก

 การถมดินทำลานจอดรถด้วยหินคลุก

     ที่ดินผืนนี้มีขนาดพื้นที่ 75 ตารางวา ที่ดินอยู่แถวรังสิต-ปทุม คลองหนึ่ง ปทุมธานี ลูกค้ามีเป้าหมายจะปรับพื้นที่นี้เป็นลานจอดรถหินคลุก (ไม่มีการเทปูน หรือ ลาดยางทับ) เดิมพื้นที่มีต้นไม้และวัชพืชปกคลุมก่อนถมดินจะต้องทำการเคลียร์ริ่งต้นไม้และวัชพืชออกให้หมดก่อน ซึ่งการเคลียร์ริ่งมีด้วยกัน 3 แบบ ให้เลือกนั่นก็คือ แบบขนทิ้งหรือนำไปทิ้งที่อื่น, แบบฝังกลบ คือใช้รถแบ็คโฮขุดหลุมแล้วเทเศษวัชพืชหรือกิ่งไม้ลงไปแล้วกลบด้วยดินอีกที และ แบบเผาซึ่งไม่นิยมใช้ในเมืองใหญ่ๆ เพราะมีปัญหาด้านมลพิษหรือ PM2.5 แต่สำหรับที่ดินแปลงนี้เจ้าของที่ดินต้องการทำลานจอดรถ ด้งนั้นการเคลียร์ริ่ง จำเป็นต้องขนออกไปทิ้งเท่านั้น (เนื่องจาก การฝังต้นไม้ จะมีผลให้เกิดการทรุดตัวในอนาคต) เมื่อทำการเคลียร์ริ่งพื้นที่เรียบร้อยแล้ว ก็จะต้องทำการปรับหน้าดินเดิมให้เรียบ และ บดอัดให้แน่น ก่อนลงหินคลุก เพื่อป้องกันปัญหาการทรุดตัวในอนาคต แต่หากต้องการประหยัดงบประมาณ อาจใช้วัสดุเหลือทิ้ง หรือ เศษอิฐปูรองพื้นก่อนก็ได้ เพื่อยกระดับที่ดินให้สูงขึ้น แต่ที่ดินแปลงนี้ลูกค้าเลือกถมดินลูกรังรองพื้นก่อน 30 เซนติเมตรแล้วค่อยลงหินคลุกทับลงไปอีก 20 เซนติเมตร รวมถมสูงจากระดับถนน 50 เซนติเมตร

 ดินลูกรังปูรองพื้น

    จากรูปใช้ดินลูกรังปูรองพื้นก่อน หลังจากนั้นเทหินคลุกลงทั่วทั้งแปลงแล้วเกลี่ยให้เสมอกันและ ทำการฉีดน้ำก่อนบดอัด (ที่ความชื้นเหมาะสม) จะช่วยให้แน่นขึ้น เพื่อให้ฝุ่นหินหรือเศษหินประสานกันจนแข็งตัว รอให้แห้งสักหน่อยก็สามารถใช้พื้นที่ได้แล้ว 



ลงหินคลุก

    จากรูป รถแบ็คโฮกำลังปรับเกลี่ยหินคลุกให้ทั่วทั้งแปลง ความสูงของหินคลุกที่ใช้ถมทำลานจอดรถจะอยู่ที่ความสูงประมาณ 10-15 เซนติเมตร  แต่แปลงนี้ถมสูง 20 เซนติมตร ซึ่งราคาหินคลุกในแต่ละพื้นที่ก็จะราคาไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับระยะทางในการขนส่งและขนาดรถที่ใช้ขนส่ง 


                                                                   ลงหินคลุกแล้วเกลี่ยทั่วแปลง
    จากรูป ลงหินคลุกแล้วปรับเกลี่ยทั่วพื้นที่พร้อมบดอัดให้แน่น ที่ระดับความสูงจากพื้นเดิม 20 เซนติเมตร บดอัดเสร็จแล้วก็สามารถจบงานได้

ตัวอย่างงานเติมหน้าดินรอบบ้าน เสริมดินรอบบ้านทรุด

ตัวอย่างงานเสริมหน้าดินรอบๆ บ้านเพื่อปลูกต้นไม้      ลักษณะหน้างานเป็นบ้านเดี่ยว มีพื้นที่ว่างรอบๆบ้านกว้างประมาณ 1.5 เมตร ยาว 30 เมตร ถมสูง...