งานเคลียร์ริ่งขยะ พร้อมปลูกต้นไม้เลี่ยงภาษี
ที่ดินแปลงนี้เป็นที่ดินว่างเปล่ามีพื้นที่ประมาณ 200 ตารางวา เดิมลูกค้าเคยทำรั้วเมทัลชีทไว้ แต่ตอนนี้โดนขโมยไปหมดแล้ว
รูปขณะกำลังทำงาน
ขั้นตอนการทำงาน เริ่มด้วยการกำจัดวัชพืช พุ่มไม้ และต้นไม้ขนาดเล็กแล้วใช้รถแบคโฮขุดหลุมแล้วนำขยะไปทิ้งลงในหลุมแล้วฝังกลบให้เรียบร้อย แล้วทำการปรับเกลี่ยพื้นที่ให้เรียบร้อย เสร็จแล้วให้คนงานนำต้นไม้มาปลูก
การเคลียร์ริ่งพื้นที่ มีด้วยกัน 3 แบบ ดังนี้1.งานเคลียร์ริ่งแบบฝังกลบ คือการปรับพื้นที่ดินโดยการขุดหลุมเพื่อฝังกลบขยะ เป็นวิธีที่ช่วยลดมลพิษทางอากาศและยังช่วยย่อยสลายซากพืชกลายเป็นปุ๋ยให้แก่ดิน
2.งานเคลียร์ริ่งแบบเผา เป็นวิธีที่นิยมในอดีตเพราะรวดเร็วและราคาประหยัด แต่ในปัจจุบันวิธีนี้ก่อให้เกิดควันและฝุ่นละออง PM2.5 ซึ่งกำลังเป็นปัญหาของบ้านเราในตอนนี้ วิธีนี้จึงไม่นิยมใช้กันอีกต่อไป
3.งานเคลียร์ริ่งแบบขนออก คือการปรับพื้นที่ดินโดยการถางวัชพืช ตัดต้นไม้และรื้อถอนเศษซากสิ่งปลูกสร้าง แล้วใช้รถบรรทุกขนย้ายเศษซากและขยะออกไปจากพื้นที่
การเคลียร์ริ่งพื้นที่ทั้ง 3 แบบมีทั้งข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและงบประมาณของเจ้าของพื้นที่ด้วยว่าต้องการเคลียร์ริ่งพื้นที่เพื่อใช้พื้นที่ทำอะไรต่อไป
รูปขณะกำลังทำงาน
จากรูป มีการถมหน้าดินสูง 10 เซนติเมตร เพื่อใช้สำหรับปลูกต้นมะม่วง
เราจะยกตัวอย่างต้นไม้ที่ได้รับความนิยมปลูกกันเพื่อเลี่ยงภาษี เช่น ต้นกล้วย อัตราส่วนของการปลูกต้นกล้วยคือ 200 ต้น/ไร่ ต้นกล้วยเป็นต้นไม้ที่ปลูกง่าย เจริญเติบโตไว ไม่ต้องดูแลมาก ยิ่งช่วงนี้มีฝนตกบ่อยๆก็เหมือนกับมีคนช่วยเรารดน้ำอีกทางหนึ่งด้วย ข้อดีของต้นกล้วยก็คือขยายพันธุ์ได้เอง(แตกหน่อ)รากไม่ลึก หากจะใช้พื้นที่เพื่อทำการก่อสร้างในอนาคตก็สามารถรื้อถอนได้ง่ายและรวดเร็วอีกด้วย แต่แปลงนี้ลูกค้าเลือกปลูกต้นมะม่วง อัตราส่วนการปลูกต้นมะม่วงคือ 20 ต้น/ไร่ แต่แปลงนี้มีพื้นที่เพียง 200 ตารางวา ใช้ต้นมะม่วงทั้งหมด 10 ต้น (1ไร่ เท่ากับ 400 ตารางวา)โดยอัตราส่วนของจำนวนต้นไม้แต่ละชนิดต่อพื้นที่ 1 ไร่ จะแตกต่างกันออกไป ดังตารางด้านล่างนี้
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น